วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

งานครั้งที่ 9 Knowledge Management

"ท่านคิดว่า KM หรือ Knowledge Management มีผลต่อกลยุทธ์หรือกระบวนการสร้างกลยุทธ์ ของหน่วยงาน หรือ องค์กร อย่างไรบ้าง" 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มีผลต่อกลยุทธ์หรือกระบวนการสร้างกลยุทธ์ ของหน่วยงาน หรือ องค์กร ดังต่อไปนี้

1. การเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร

2. การป้องกันการสูญหายของภูมิปัญญา ในกรณีที่บุคลากรเกษียณอายุ ลาออก หรือเสียชีวิต

3. การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและความอยู่รอด

4. เป็นการลงทุนในต้นทุนมนุษย์ ในการพัฒนาความสามารถที่จะแบ่งปันความรู้ที่ได้เรียนรู้มาให้กับคนอื่นๆ ในองค์กร และนำความรู้ไปปรับใช้
้กับงานที่ทำอยู่ให้เกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น เป็นการ พัฒนาคน และพัฒนาองค์กร

5. เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจและวางแผนดำเนินงานให้รวดเร็ว และดีขึ้น เพราะมีสารสนเทศ หรือแหล่งความรู้เฉพาะที่มี
หลักการ เหตุผลและน่าเชื่อถือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ

6. ผู้บังคับบัญชาสามารถทำงานเชื่อมโยงกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ช่วยเพิ่มความกลมเกลียวในหน่วยงาน

7. เมื่อพบข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน ก็สามารถหาวิธีแก้ไขได้ทันท่วงที

8. แปรรูปความรู้ให้เป็นทุน ซึ่งเป็นการสร้างความท้าทายให้องค์กรผลิตสินค้าและบริการจากความรู้ที่มี เพื่อเพิ่มคุณค่า และรายได้ให้กับองค์กร

9. เพื่อการสร้างสรรค์ และบรรลุเป้าหมายของจินตนาการที่ยิ่งใหญ่

10. เปลี่ยนวัฒนธรรม จาก วัฒนธรรมอำนาจ / แนวดิ่ง สู่ วัฒนธรรมความรู้ / แนวราบ

11. ความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่น

12. การจัดการความรู้ช่วยให้องค์กรมีความเข้าใจลูกค้า แนวโน้มของการตลาด และการแข่งขันทำให้เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน

13. การพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาเป็นการพัฒนาความสามารถขององค์กรในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาที่มีอยู่

14. การยกระดับผลิตภัณฑ์ การนำการจัดการความรู้มาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและบริการ

15. การบริหารลูกค้า การศึกษาความสนใจและความต้องการของลูกค้าจะเป็นการสร้างความพึงพอใจและเพิ่มยอดการขาย และการสร้างรายได้

16. การลงทุนทางทรัพยากรบุคคล การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันการเรียนรู้ร่วมกัน

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556

ศึกษาดูงาน NSC ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น


"การศึกษาดูงานครั้งนี้ได้อะไรบ้างในเชิงวิชาการ"
ตั้งแต่วันที่ 21 – 23 มกราคม 2556 จากการไปศึกษาดูงาน NSC (National Software Contest) ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับช่วงเวลาดีๆในตลอดการเดินทาง และการไปดูงาน
ก่อนที่จะเดินทางไปถึงขอนแก่นที่ใช้จัดการแข่งขัน NSC และเป็นสถานที่เป้าหมายที่จะไปศึกษาดูงาน ก็ได้แวะเข้าไปรับนักศึกษาวิทยาเขต มุกดาหาร ที่จังหวัดมุกดาหารก่อน พอรับเสร็จก็ได้เดินทางต่อไประหว่างทางก็ได้เข้าไปเยี่ยมชมหมู่บ้านวัฒนธรรมบ้านภู  ของจังหวัดมุกดาหาร  บ้านภูเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมดีเด่นของ จังหวัดมุกดาหาร ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น เป็นหมู่บ้านต้นแบบในการใช้ชีวิตแบบพอเพียง มี Home stay แบบบ้านๆสมัยภูไทรักษารูปแบบการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม มีการปลูกพืช ผักสวนครัวไว้กินเอง มีการทอผ้าไหมไว้ใช้เอง ทำนา ปลูกต้นไม้ มีการทำสินค้าไว้ขายแก่นักท่องเที่ยวด้วย เป็นสินค้าจากของพื้นบ้านที่ทำเองกับมือ พอไปถึงก็ได้รับการตอนรับอย่างอบอุ่น มาเข้าแถวยืนรอเหมือนกับเป็นบุคคลสำคัญ เป็นการต้อนรับที่อบอุ่นมากๆ ก็ทำให้คิดได้ว่าถ้าหากทำให้หมู่บ้านนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโดยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยก็จะทำให้หมู่บ้านนี้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และเป็นการประชาสัมพันธ์ช่วยในการท่องเที่ยววัฒนธรรมเก่าสมัยภูไท ที่หาดูได้ยาก เมื่อถึงเวลากลับก็ได้รับการส่งให้เดินทางโดยสวัสดิภาพส่งเราด้วยรอยยิ้มและการไหว้ที่สวยงาม
เมื่อถึงที่พักคือ เขื่อนอุบลรัตน์ก็ได้ทำการแยกย้ายและแบ่งกลุ่มเข้าห้องพัก เก็บสัมภาระ อาบน้ำแต่งตัว และเข้านอนเพื่อที่จะได้ไปดูการแข่งขัน NSC ในวันถัดไป
วันที่ 22 มกราคม 2556 เริ่มเดินทางออกจากที่พักเวลาประมาณ 08.00 น. เดินทางไปถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้วก็นัดแนะกันในส่วนของกำหนดเวลาในการกลับที่พักคือเวลา 13.00 น.เดินทางกลับไปที่เขื่อนอุบลรัตน์เพื่อเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า และหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ที่เขื่อนอุบลรัตน์ และอธิบายเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า
พอเข้าไปที่ส่วนของการจัดการแข่งขัน NSC คือชั้นที่ 4 กับ ชั้นที่ 5 จากที่ได้เข้าไปศึกษาและสอบถามเกี่ยวกับโปรเจคที่จัดแสดง(แข่งขัน)เดินดูในทุกส่วนแล้ว ในส่วนตัวจากการดูงานครั้งนี้ได้ทำข้าพเจ้าให้เกิดมีแนวความคิดหัวข้อในการทำโปรเจคจบของตัวเองด้วย มีได้แนวคิดในการทำโปรเจคที่จะทำการส่งเข้าแข่งขันในโครงการ NSC(National Software Contest)  ในปีถัดไป ในปีนี้ก็ส่งไปแต่ไม่ผ่านการคัดเลือก และดีใจมากที่มีโอกาสได้ไปศึกษาดูงาน NSC ที่จัดแข่งขันมหาวิทยาลัยขอนแก่นในครั้งนี้ ก็ทำให้ได้เห็นความสามารถของนักเรียนและนักศึกษาจากหลายๆที่ ที่ผ่านการคัดเลือกจากรอบแรก เห็นการได้มาแสดงแนวความคิดใหม่ๆในการสร้างสรรค์งานโปรเจคที่ใหม่ๆขึ้นมา ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ มีการออกแบบหน้าจอ UI เหมือนกับ Windows 8 เป็นโปรเจคที่ทำเกี่ยวกับการจับการเคลื่อนไหวของร่างกายใช้วาดภาพมีการแก้ไข เปลี่ยนสีของดินสอ คล้ายๆกับโปรแกรม Paint ใน windows แต่ใช้การควบคุมโดยจับการเคลื่อนไหวของร่างกายมีการทำสื่อการเรียนการสอน E-learning บนระบบปฏิบัติการ android และ iOS ลงใน smart phone และ tablet  อาจจะใช้ในโครงการ tablet เพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก การนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาทำ ทำให้เห็นถึงความแปลกใหม่ และที่สำคัญรุ่นมีพี่ที่มหาวิทยาลัยเราก็ได้ผ่านการคัดเลือกของ NSC ได้ไปแข่งขันต่อที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วย พี่ๆเขาได้ทำเกมที่ทำด้วยเทคโนโลยีใหม่โดยใช้เทคนิคการจับการเคลื่อนไหวของร่างกาย เกมที่พี่เขาทำคือเกมส์มวยไทยโบราณ และมีพี่ๆจาก Computer Science หรือ Comsci มหาวิทลัยเราก็ได้ผ่านเข้าไปแข่งขันด้วย พี่ๆเขาก็ทำโปคเจคเกี่ยวกับเกมลงมือถือ android เป็นเกมแนวเก็บแต้ม พี่เขาบอกว่ายังไม่สมบูรณ์ พอได้เห็นโปรเจคต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงเพื่อทำการแข่งขัน ก็ยิ่งทำให้มีความรู้สึกที่อยากทำโปรเจค ทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการคิดหัวข้อโปรเจคมากยิ่งขึ้น นี้ก็เป็นปี 3 เทอมที่ 2 แล้วก็ได้เวลาในการเริ่มต้นคิดหาหัวข้อโปรเจคจบและโปรเจค  NSC ต่อ เพื่อให้เกิดแนวความคิดการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ หรืออาจจะเอาอันเก่ามาพัฒนาต่อให้เสร็จสมบูรณ์ เดินไปซักพักไปสะดุดตาและถูกใจโปรเจคตัวนี้มากเป็นโปรเจคที่ใช้บนระบบปฏิบัติการ android คือเป็นระบบที่ใช้ควบคุมสิทธิ์ของผู้ใช้งาน มีการกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานที่รัดกุมมาก กำหนดการเข้าใช้งาน application ที่ไม่เหมาะสม การเข้าใช้งานเว็ปไซต์ที่ไม่เหมาะสม การเข้าดูเว็บโป๊ หรือเว็บอนาจารต่างๆ คนที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นนี้ก็อธิบายถึงความสามรถได้อย่างดี และแน่นอนว่าโปรเจคนี้นำไปใช้ได้จริง เหมาะกับนำไปใช้ในโครงการ tablet เพื่อการศึกษาได้เลย ก็ถือว่าหลังจากที่ได้เดินศึกษาดูงานแล้วก็ทำให้เกิดไอเดียในการทำโปรเจคไว้บ้างเหมือนกัน จากนั้นก็เดินทางกลับไปยังเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อรับฟังบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการผลิตกระแสไฟฟ้าของเขื่อนต่างๆในแถบภาค
อิสาน กระบวนการและขั้นตอนการผลิตไฟฟ้า การนำเข้าไฟฟ้า จากต่างประเทศของประเทศไทยเรา รับมาจากเพื่อนบ้านและจากเอกชน เพื่อนำมาให้คนในประเทศได้ใช้งาน  เมื่อจบการบรรยายได้มีการเปิดให้สอบถามเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเขื่อนบ้าง เรื่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์บ้างจากนั้นได้เดินทางไปที่ห้องควบคุมการผลิตไฟฟ้า เป็นห้องไม่ใหญ่มากแต่เป็นห้องหลักในการควบคุมการเปิดปิดของเขื่อนทั่วภาคอีสาน ได้เห็นระบบการควบคุมการเปิด ปิด เขื่อน เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นมาเองใช้ในส่วนของการไฟฟ้าอย่างเดียว มีระบบการจัดการเปิด ปิด ประตูเขื่อนเพื่อระบายน้ำ ระบบการผันน้ำกลับเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นระบบที่ใหญ่มากที่เดียว จากนั้นเมื่อเสร็จจากดูการควบคุมระบบของเขื่อนแล้วก็ได้กลับไปที่หอพักเพื่อเตรียมการแสดงในตอนกลางคืนเสร็จจากการแสดงแล้วก็แยกย้ายกันกลับไปนอน เพื่อเตรียมตัวกลับมหาวิทยาลัยในตอนเช้าต่อ
เช้าของวันที่ 23 มกราคม 2556 ก็ได้เดินทางกลับมาที่มหาวิทยาลัย ระหว่างทางก็ได้แวะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ได้เข้าไปดูการจัดแสดงต่างๆของจุดกำเนินโลก ไดโนเสาร์ และวิวัฒนาการของสัตว์ต่างๆรวมถึงมนุษย์ด้วย เสร็จแล้วก็เดินทางต่อไปที่มุกดาหารเพื่อส่งนักศึกษา วิทยาเขตมุกดาหาร ส่งเสร็จแล้วก็เดินทางกลับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีโดยสวัสดิภาพ

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

งานครั้งที่ 7

 วุฒิศักดิ์ คลินิก...“สูตรสำเร็จ” ธุรกิจคนหนุ่ม

       ประโยคสั้นๆ แต่ในขั้นตอนปฎิบัติจริงแล้วหลายคนอาจมองว่ายาก แต่กับคุณณกรณ์ กรณ์หิรัญ หนึ่งในหุ้นส่วนสถาบันความงามชื่อดังนาม วุฒิ-ศักดิ์ คลินิก ไม่มีคำว่า “เป็นไปไม่ได้” โดยเขาพิสูจน์ไว้ให้เห็นบนเส้นทางสายธุรกิจ  

วุฒิ-ศักส์ คลินิก คือสถาบันความสวยความงามที่เกิดและเติบโตมาราว 14 ปี โดยปัจจุบันมีสาขากว่า 100 แห่ง คณะแพทย์ 190 คน พนักงาน 4,300 คน และกับยอดขายหลักพันล้านบาท หลายคนคงคิดว่า สถาบันความงามแห่งนี้น่าจะมีเส้นทางการก้าวเดินงดงามสดใสดังเช่นผลิตภัณฑ์และบริการของเขา แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ โดยเฉพาะกับชีวิตของคุณณกรณ์ บอกได้คำเดียวว่า เหลือเชื่อ!!!!   

เส้นทางประกอบอาชีพถูกเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อคุณณกรณ์ มองเห็นโอกาสกับการทำตลาดจำหน่ายสินค้าลูกชิ้น โดยจุดประกายความคิดเกิดจากพบเห็นรถเข็นขายบาบีคิว สืบทราบมาว่า จะมีเถ้าแก่ใหญ่อยู่รายหนึ่ง ผลิตบาบีคิวโดยกระจายช่องทางจัดจำหน่ายด้วยระบบรถเข็นถึง 100 คัน ส่วนผู้นำไปจำหน่ายจะได้ผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย โดยแต่ละคันทำยอดขายได้วันละกว่า 2,000 บาท     
 
ลูกชิ้นปิ้ง คือสินค้าที่คุณณกรณ์เลือกก้าวสู่คำว่าเถ้าแก่ โดยกระจายพนักงานซึ่งมียานพาหนะรถเข็นพร้อมสินค้าไปจำหน่ายยังสถานที่ต่างๆ “เมื่อลงมือทำจึงรู้ว่าปัญหาเยอะมาก แค่เข็นรถขึ้นสะพานไปขายอีกฝั่งหนึ่งก็ยากแล้ว ไหนจะทับเส้นทางกันไม่ได้อีก หนักมากเขาก็ไม่ทำกัน ในที่สุด เจ๊ง”     
 
ความมุ่งมั่นดูเหมือนจะซึมซาบเข้าสู่กระแสเลือด เพราะแม้บอบช้ำกับธุรกิจไม่รู้กี่ครั้งกี่หน แต่คุณณกรณ์ไม่จนหนทางสร้างอาชีพใหม่ โดยคราวนี้ขอเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยให้ผู้ซื้อผ่อนสินค้าเป็นงวดๆ ผ่านระบบบัตรเครดิต     
 
 
  ความคิดของนักธุระกิจหนุ่ม
“ผมมองว่าการทำตลาด ถ้าวันแรกทำได้ไม่ดีมันจะดับเลย ตอนนั้นเราจึงระดมเพื่อนๆ หามาเลย 30 คน มาแออัดกันอยู่ในร้าน เท่ากับวันนั้นวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก มีคนไข้ 30 คน บวกกับโปรโมชั่นลด 25 เปอร์เซ็นต์ แถมให้ลูกค้ามาทำหน้าฟรี ช่วงนั้นวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก ดังมาก มีคนไข้เข้ามาใช้บริการวันละ 100 กว่าคน คุณหมอป้อมทำงานไม่ได้หยุดพักเลยเป็นเวลา 3 เดือน”  
 
  “คนเราเมื่อถึงระดับหนึ่ง เงินที่มีอยู่ กินใช้ไม่หมดแล้ว แต่ถามว่าทำไมคนรวยยังทำไม่หยุด เขาหวังตัวเลขมากขึ้นอย่างนั้นหรือ ผมว่าไม่ใช่ แต่เขาต้องการทำงาน ฉะนั้นเมื่อความพร้อมเรื่องการเงินมีแล้ว ก็ต้องคิดถึงการคืนกลับสู่สังคม ปีหนึ่งๆ เราใช้เงินเพื่อทำบุญประมาณ 4-5 ล้านบาท สร้างวัด สร้างโรงเรียน ให้การศึกษา อย่างนี้เป็นต้น”  
  
  สำหรับผู้สนใจต้องการก้าวสู่เส้นทางสายธุรกิจอิสระโดยเฉพาะกับผู้ซึ่งมีตัวเลขอายุไม่มากนักแถมประสบการณ์เป็นศูนย์ คุณเอก แนะนำดังนี้ “ต้องมีความมุ่งมั่น ยอมรับความยากลำบาก ผมว่าครอบครัวต้องสอนให้ลูกเข้าใจสองสิ่งนี้ให้ได้ อีกประการหนึ่งคือต้องเป็นคนช่างสังเกต ไม่ใช่ว่าเดินไปเห็นป้ายโฆษณาป้ายหนึ่งแล้วเฉยเมย ต้องดูว่าในนั้นมีอะไร เป็นอย่างไร สามารถนำมาประยุกต์กับธุรกิจของเราได้มั๊ย การทำธุรกิจต้องลงลึกจริงๆ ต้องขลุกอยู่กับมัน ไม่ใช่เพื่อนชวนไปไหนก็ไป ไคว่เขว อย่างนี้ไม่รอด  
  
  “ คุณณกรณ์ ยังบอกหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ซึ่งถือเป็นคีย์ซัคเซสของตนเองว่า อย่าหลอกตัวเอง และรู้จักทบทวนสิ่งที่ตนเองทำ เพื่อนำสิ่งนั้นมาปรับปรุง แก้ไข หรือปรับเปลี่ยน ” 
 
  
  สรุปเรื่องราวและจังหวะก้าวสู่ธุรกิจของคุณณกรณ์ สรุปได้เลยว่า หากใครจะทำธุรกิจ แล้วคิดว่าทำง่ายได้เงินเร็ว คงต้องพับความคิดนี้แล้วกลับไปทบทวนใหม่ เพราะการทำธุรกิจ มันต้องมีมากกว่าคำว่า “ตั้งใจ”  

งานครั้งที่ 7/2

 Green Ocean กลยุทธ์ที่ใช้สร้างและผนวกคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่เน้นดำรงความยั่งยืนทางคุณค่า (Sustaining Value) ด้วยการแข่งขันกับตนเอง
สำหรับ Green Ocean กับอาเซียนนี้มีความสำคัญคือ จะช่วยทำให้การทำธุระกิจของประชาคมอาเซียนหันมาให้คุณค่าทางธรรมชาติเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของธรรมชาติ และช่วยให้สังคมอยู่มีความน่าอยู่ด้วยกลยุทธ์ปลูกป่าทดแทน
           

วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2555

งานที่ 4


กลยุทธ์สร้างพันธมิตร
    คือ นำเอาจุดแข็งมาบวกกับอุปสรรคที่เป็นปัจจัยภายนอก  แล้วนำมาวิเคราะห์เพื่อทำการสร้างพันธมิตร    
  ตัวอย่างเช่น         
เราเป็นผู้ประกอบการด้านการขายสินค้า รู้จักแหล่งรับซื้อขายสินค้าที่ได้ราคาดี จึงแนะนำเพื่อนที่ทำธุระกิจประกอบการด้านการขายสินค้าด้วยกันให้ไปซื้อที่เดียวกัน เป็นอีกวิธีหนึ่งในการสร้างพันธมิตร

กลยุทธ์พัฒนาภายใน
     คือ การพัฒนาภายในเพื่อไปหาโอกาสข้างหน้า โดยการนำจุดอ่อนบวกเข้ากับโอกาส
ตัวอย่างเช่น        
ถ้าหากคนในบริษัทเราขาดความรู้ในด้านใดด้านหนึ่ง เราก็จัดโครงการนำบุคคลเหล่านั้นไปอบรมในเรื่องนั้นๆ 
เป็นอีกวิธีในการพัฒนาภายในเพื่อไปหาโอกาสและความรู้ข้างหน้าเช่นกัน

กลยุทธ์รุกไปข้างหน้า
                คือ การมองที่จุดแข็งของเรา และจุดแข็งในเรื่องนั้นๆ มีโอกาสที่ดีในอนาคต เราจะต้องทำการรุก ซึ่งก็คือ  การรุกไปข้างหน้า  เพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีและคุ้มค่ากว่า       
 ตัวอย่างเช่น   
เราต้องรู้ความสามารถของตนเอง เมื่อเรารู้ความสามารถของตนเองแล้ว เราก็เดินไปในเส้นทางที่เราถนัด จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง

กลยุทธ์ปรับเปลี่ยน
                คือ  การปรับเปลี่ยนแนวคิด หรือบางสิ่งบางอย่างที่มันไม่เกิดผล มีจุดอ่อน และมีอุปสรรคมาก     
  ตัวอย่างเช่น             
เราทำธุระกิจประกอบการ ถ้าหากวันใดวันหนึ่งกิจการที่เราทำอยู่มันไม่เกิดผลอย่างที่เรา ต้องการ เราก็ควรหาวิธีในการปรับเปลี่ยนการค้าของเราให้มันตรงกับความต้องการเพื่อธุระกิจจะได้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น    

วันอังคารที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Vision


บริษัท ไอที ซอฟท์ โซลูชั่น จำกัด
วิสัยทัศน์ และพันธกิจ (Vision & Mission)
วิสัยทัศน์ (Vision)
บริษัท ไอที ซอฟท์ โซลูชั่น จำกัด มุ่งมั่นที่จะพัฒนาซอฟท์แวร์ที่มีคุณภาพ เพื่อตอบสนอง ความต้องการของลูกค้าอย่างดีที่สุด พร้อมเสนอการบริการหลังการขายเพื่อให้ลูกค้าประทับใจ และพร้อมจะช่วยเหลือลูกค้าในการแก้ปัญหาตลอดไป
บริษัท ITCITIZENS
วิสัยทัศน์
บริการแบบมืออาชีพ
พันธกิจ
บริษัทฯ ดำเนินการคัดสรรสินค้าและบริการบนพื้นฐานของผู้ชำนาญการ (Professional Support and Services) เพื่อความสำเร็จของลูกค้าในราคาและคุณภาพที่ดี ด้วยต้นทุนที่คุ้มค่า ด้วยการให้บริการที่เพียบพร้อมด้วยธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ
เป้าประสงค์
เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า
เพื่อใช้ทรัพยากรณ์ที่มีอย่างประหยัด และคุ้มค่า เพื่อลดต้นทุนให้กับ บริษัท และลูกค้า
เพื่อเพิ่มรายได้และกำไรสุทธิของบริษัท
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันของบริษัท และบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล

บริษัท Samart solutions 
วิสัยทัศน์
สามารถมุ่งมั่นนำเสนอสินค้าและบริการทางด้านเทคโนโลยีที่ก้าวไกล เพื่อนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น
บริษัท เออาร์ไอพี(ARIP Public Company Limited)

เป้าหมายการดำเนินธุรกิจ

บริษัทมีเป้าหมายในการดำเนินธุรกิจ ดังนี้
1.             การพัฒนาเนื้อหา
บริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในการผลิตเนื้อหา (Content) ด้านธุรกิจ การตลาด ไอซีที (ICT) และเนื้อหา ข้อมูลอื่นๆ ที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพ และความสามารถในการแข่งขันให้กับบุคลากร และองค์กร โดยมุ่งหวังให้เป็นเนื้อหาที่สร้างสรรค์ มีคุณภาพ ตลอดจนมีมิติในการวิเคราะห์ ทั้งในแนวกว้าง และแนวลึก จนได้รับการยอมรับ และอ้างอิงจากนักธุรกิจ ผู้บริหารในสายงานต่างๆ
2.             การพัฒนาสื่อ
บริษัทมีเป้าหมายในการพัฒนา และผลิตสื่อที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และครบวงจร เพื่อสามารถเป็นสื่อกลางที่มีความน่าเชื่อถือระหว่าง ผู้ผลิต/ผู้จำหน่าย กับ ผู้ซื้อ/ผู้ใช้ ด้วยการผสมผสานสื่อต่างๆ ของบริษัทไม่ว่าจะเป็น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อดิจิตอล สื่อวิทยุโทรทัศน์ งานแสดงสินค้า และงานประชุมสัมมนา โดยใช้เนื้อหาต่าง ๆ ที่บริษัทมีอยู่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ และขยายธุรกิจ นอกจากนี้ บริษัทยังมีเป้าหมายในการขยายไปยังสื่ออื่นๆ ในอนาคต เพื่อให้สื่อของบริษัทมีความครอบคลุมผู้บริโภคในวงกว้างมากขึ้น
3.             การพัฒนาบริการโฆษณา
บริษัทมีเป้าหมายในการให้บริการโฆษณาในเชิงการให้คำปรึกษา (Consultative Advertising) เพื่อเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ลงโฆษณามากขึ้น
4.             การพัฒนาการจัดงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า และการจัดประชุมสัมมนา
บริษัทมีเป้าหมาย ที่จะรักษาความเป็นผู้นำในการจัดงานแสดงสินค้าไอที และขยายการจัดงานแสดงสินค้าไปยังสินค้า และบริการประเภทอื่นเพิ่มมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในธุรกิจการให้บริการจัดงานนิทรรศการ และการจัดประชุมสัมมนาให้มากขึ้น
        
บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด ( มหาชน )
  วิสัยทัศน์ขององค์กร
1. ผู้นำธุรกิจไอทีระดับประเทศ
          พร้อมตอบสนองทุกความต้องการ
          ด้วยรูปแบบสินค้าและการบริการด้านไอทีที่หลากหลายสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ บริโภคได้ทุกระดับตั้งแต่คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล จนถึงระบบคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ระดับองค์กร ครบถ้วนทุกข้อมูลเรื่องไอทีพร้อมให้คำปรึกษา และออกแบบโซลูชั่นใหม่ ๆ อย่างมืออาชีพ
          ผู้นำด้าน e-Business
          ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจไอทีที่ผ่านมานานทำให้มั่นใจได้ว่าเรามีศักยภาพ และความพร้อมที่จะก้าวเป็นบริษัทชั้นนำของธุรกิจ e-Commerce ได้ในอนาคตอันใกล้นี้
          มาตรฐานสู่องค์กรระดับสากล
          ดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้มาตรฐานสากลทุกขั้นตอนต้องตรวจสอบได้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรที่สามารถสร้างผลกำไรตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้น และพนักงานขององค์กรได้อย่างสม่ำเสมอ โดยอยู่ภายใต้ผลประโยชน์สูงสุดของลูกค้าเป็นสำคัญ
2. มีส่วนร่วมในการพัฒนาวงการอุตสาหกรรมไอทีของประเทศ
          นอกเหนือจากความมุ่งมั่นในการผลิตสินค้าไอทีคุณภาพ และสร้างสรรค์รูปแบบการบริการที่ทันสมัยอยู่เสมอเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่เราได้นำเสนอสู่สาธารณชนจะมีประโยชน์และเป็น ส่วนหนึ่งที่จะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาในวงการธุรกิจอุตสาหกรรมไอทีของไทย ทั้งในส่วนของภาคธุรกิจและสังคมให้เจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาประเทศ

Well Done IT Service Co.,Ltd.
วิสัยทัศน์ (Vision)
บริษัทมีเจตนารมณ์อันแน่วแน่ในการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT. Services) เพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด
บริษัท ไซ บิซ โซลูชั่น จำกัด
วิสัยทัศน์ขององค์กร
            องค์กรของเราเป็นบริษัทที่ให้การบริการให้คำปรึกษา การพัฒนาระบบ การวางแผนระบบทางธุรกิจ ในรูปแบบ ของ ITที่ดีที่สุดในโลก รวมทั้งการได้ความยอมรับและความสนใจจากลูกค้าทั่วโลก
บริษัท เอ็น เอ็น พี เซอร์วิส
วิสัยทัศน์
เป็นองค์กรของไทยที่เป็นผู้นำทางด้านการให้บริการ IT Service Solution ในประเทศไทยโดยไม่ขึ้นกับตราผลิตภัณฑ์สินค้า และมุ่งเน้นในความสำเร็จของลูกค้า คุณภาพการบริการที่เป็นเลิศ ความเป็นหนึ่งเดียวของทีมงาน และความสามารถในระดับสากล
Hardware House International
วิสัยทัศน์...
Hardware House International ต้องการก้าวสู่ความเป็นหนึ่งในผู้นำแห่งตลาดสินค้าไอที ของไทย โดยมีความก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ด้วยความหลากหลายของสินค้า พนักงานมีการพัฒนาด้านความรู้ความชำนาญในเรื่องสินค้า การบริการด้วยความซื่อสัตย์ พร้อมความสามัคคีของทั้งองค์กร อันจะนำไปสู่ความสำเร็จอันเป็นผลประโยชน์ร่วมกันของลูกค้า พนักงาน องค์กร และผู้ผลิตสินค้า
บริษัท ทีโอที จำกัด
วิสัยทัศน์
"มุ่งสู่การเป็นผู้ให้บริการสื่อสารโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่สนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าและสาธารณชนอย่างใกล้ชิดทั้งด้านเศรษฐกิจ และสังคม"

Samsung แห่งประเทศไทย

วิสัยทัศน์ของเราวิสัยทัศน์ของเราSamsung ดำเนินธุรกิจบนวิสัยทัศน์เดียว: เพื่อเป็นผู้นำการหลอมรวมในรูปแบบดิจิตอลเราเชื่อว่าด้วยเทคโนโลยีนวัตกรรมในปัจจุบัน เราสามารถค้นพบโซลูชั่นที่ต้องการเพื่อสร้างความท้าทายสำหรับอนาคต จากเทคโนโลยีจะกลายเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจในการเติบโต, สำหรับประชากรในตลาดใหม่ๆเพื่อสร้างความมั่งคั่งโดยการก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิตอล, และสำหรับผู้คนเพื่อการสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆเป้าหมายของเราคือเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมและกระบวนการที่มีประสิทธิภาพซึ่งสร้างตลาดใหม่ๆ, ช่วยยกระดับชีวิตของผู้คน, และเพื่อเป็นผู้นำในตลาดที่เชื่อถือได้ของ Samsung อย่างต่อเนื่องทุกสิ่งที่เราทำที่ Samsung คือการปฏิบัติตามพันธกิจของเรา: เพื่อเป็น "ดิจิตอล-εCompany" ที่ดีที่สุด 

วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

งานที่ 2

เท่าที่อ่านของเพื่อนๆกลุ่มอื่นๆมา จุดด้อยของนักศึกษาไอที ส่วนมากก็เป็นด้านภาษา ดังนั้นควร
เพิ่มศักยภาพด้านภาษาให้กับนักศึกษาไอที โดยอาจจะมีการติวหรือสอนเสริมกับรายวิชาที่เกี่ยวกับภาษา ที่ต้องใช้อย่างเป็นทางการ ทั้งภาษาหลักประจำชาติและภาษาสากลที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร เพื่อให้สอดคล้องกับประชาคมอาเซียนที่จะเปิดขึ้น  เสริมสร้างทักษะกระบวนการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้สมองในการคิดวิเคราะห์เกี่ยวกับการวางแผนกลยุทธ์ต่างๆ จะได้นำไปใช้ในอนาคตข้างหน้าเมื่อเป็นผู้ประกอบการ
   

วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

SWOT คืออะไร

SWOT เป็นคำย่อมาจากคำว่า Strengths, Weaknesses, Opportunities, and Threats โดย 

  Strengths คือ จุดแข็ง หมายถึง ความสามารถและสถานการณ์ภายในองค์กรที่เป็นบวก ซึ่งองค์กรนำมาใช้เป็นประโยชน์ในการทำงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมายถึง การดำเนินงานภายในที่องค์กรทำได้ดี
  Weaknesses คือ จุดอ่อน หมายถึง สถานการณ์ภายในองค์กรที่เป็นลบและด้อยความสามารถ ซึ่งองค์กรไม่สามารถนำมาใช้เป็นประโยชน์ในการทำงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมายถึง การดำเนินงานภายในที่องค์กรทำได้ไม่ดี
  Opportunities คือ โอกาส หมายถึง ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกที่เอื้ออำนวยให้การทำงานขององค์กรบรรลุวัตถุประสงค์ หรือ สภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นประโยชน์ต่อการดำเนินการขององค์กร
  Threats คือ อุปสรรค หมายถึง ปัจจัยและสถานการณ์ภายนอกที่ขัดขวางการทำงานขององค์กรไม่ให้บรรลุวัตถุประสงค์ หรือหมายถึงสภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นปัญหาต่อองค์กร บางครั้งการจำแนกโอกาสและอุปสรรคเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เพราะทั้งสองสิ่งนี้สามารถเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอาจทำให้สถานการณ์ที่เคยเป็นโอกาสกลับกลายเป็นอุปสรรคได้




กรณีศึกษาของการทำ SWOT ของ บริษัท ซี.พี. เซเวนอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน)


ภาพรวมการประกอบธุรกิจ
              บริษัท ซี.พี. เซเวนอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) เดิมชื่อ บริษัท ซี.พี. คอนวีเนียนสโตร์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2531 โดยบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ เพื่อให้เป็นบริษัทของคนไทยที่ประกอบธุรกิจหลักด้านค้าปลีกประเภทร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทยภายใต้เครื่องหมายการค้า “7-Eleven” โดยบริษัทได้รับสิทธิ์การใช้เครื่องหมายดังการจาก 7-Eleven,Inc . สหรัฐอเมริกา และได้เปิดสาขาแรกที่ซอยพัฒน์พงษ์ เมื่อปี 2532
ณ สิ้นปี 2549 บริษัทมีร้านสาขา 7-Eleven ทั่วประเทศรวม 3,784 สาขา ซึ่งจัดได้ว่าเป็นประเทศที่มีสาขา มากเป็นอันดับ 4 ของโลกรองจาก ประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสาธารณรัฐไต้หวัน ทั้งนี้แบ่งเป็นร้านในกรุงเทพ ฯ และปริมณฑล 1,960 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 52) เป็นร้านในต่างจังหวัด 1,824 สาขา ( คิดเป็นร้อยละ 48) เมื่อแบ่งตามประเภทของร้านพบว่า มีร้านสาขาบริษัท 2,119 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 56 ) ส่วนที่เหลือเป็นร้านเฟรนไชส์ 1,449 สาขา ( คิดเป็นร้อยละ 38 ) และร้านค้าที่ได้รับสิทธิรับช่วงอาณาเขต 216 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 6 ) ปัจจุบันมีลูกค้าเข้าร้าน 7-Eleven เฉลี่ยวันละ 4.0 ล้านคน
ทั้งนี้ในปี 2550 ทางบริษัทมีแผนที่จะขยายสาขาร้าน 7-Eleven อย่างต่อเนื่องอีกประมาณ 400-450 สาขา ทั้งในรูปแบบของร้านในทำเลปกติ และร้านในสถานีบริการน้ำมันของ บริษัท ปตท.(มหาชน) เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายทั้งในกรุงเทพ ฯ และต่างจังหวัด โดย ณ สิ้นปี 2549 บริษัทมีร้านในทำเลปกติ 3,279 สาขา ( คิดเป็นร้อยละ 87 ) และร้านในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. 505 สาขา (คิดเป็นร้อยละ 13 )
          นอกจากนั้น บริษัทได้ขยายการลงทุนไปธุรกิจที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เช่น ในปี 2537 เริ่มลงทุนในบริษัท เคาท์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ( CS ) เพื่อประกอบธุรกิจเป็นตัวแทนรับชำระเงินค่าสินค้าและบริการ ในปี 2539 ลงทุนในบริษัท ซี.พี. ค้าปลีกและการตลาด จำกัด ( CPRAM ) เพื่อประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายอาหารแช่แข็งและเบเกอรี่ ในปี 2542 ลงทุนในบริษัท รีเทลลิ้งค์ ( ประเทศไทย ) จำกัด (RTL) เพื่อประกอบธุรกิจการจำหน่ายและซ่อมแซมอุปกรณ์ค้าปลีก
บริษัทยังได้มีการขยายการลงทุนในธุรกิจเสริมอื่น ๆ อีก เช่น ในปี 2544 ได้จัดจั้งบริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด (TSC) ร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้บริการชำระค่าสินค้าและบริการผ่านบัตรเติมเงินอิเล็คทรินิกส์ (Smart Purse) และในปี 25446 ได้จัดตั้ง บริษัท โกซอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (GOSOFT) เพื่อให้บริการออกแบบและพัฒนาด้านสารสนเทศ จัดตั้งบริษัท เอ็ม เอ เอ็ม ฮาร์ท จำกัด (MAM) เพื่อให้บริการปรึกษาวางแผนกิจกรรมทางการตลาดและบริษัท ไดนามิค แมเนจเม้นท์ จำกัด (DM) เพื่อให้บริการบริหารงานกิจกรรมการขนส่งและกระจายสินค้า ในปี 2547 บริษัทได้จัดตั้ง บริษัท ศึกษาภิวัฒน์ จำกัด เพื่อให้บริการด้านการศึกษาโดยดำเนินโครงการสถาบันการศึกษาในชื่อว่า ปํญญาภิวัฒน์เทคโนธุรกิจ ซึ่งมีจุดมุ่งหมาย เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาของภาครัฐ โดยเฉพาะส่วนของการเรียนการสอนระดับอาชีวศึกษาให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นและสามารถผลิตบุคลากรได้ตรงกับความต้องการและการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจค้าปลีก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาประเทศในอนาคต
ในปี 2548 บริษัทได้เปิดคำเนินการ โรงเรียนปัญญาภิวัฒน์เทคโนธุรกิจ อย่างเป็นทางการ และได้เริ่มเปิดดำเนินการบริการโอนเงินผ่านบัตร “เชื่อมรัก” และการชำระเงินค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ด้วยบัตร Smart Purse ซึ่งเป็นบัตรเงินสดดิจิตอล สำหรับปี 2549 บริษัทได้ดำเนินก่อตั้งบริษัท ปํญญธารา จำกัด เพื่อประกอบธุรกิจการจัดการฝึกอบรม และการจัดสัมมนาทางวิชาการ

            นอกจากการขยายการลงทุนไปยังธุรกิจอื่น ๆ โดยการจัดตั้งบริษัทย่อยและบริษัทร่วมเพิ่มเติมแล้ว บริษัทยังมีการขยายช่องทางธุรกิจภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทเองอีก โดยในปี 2541 ได้เปิดตัวธุรกิจ 7 Catalog Order เพื่อเป็นการขยายช่องทางธุรกิจ เพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าในการสั่งซื้อสินค้ามากขึ้น โดยพัฒนาจาก Mail Order จัดทำเป็นแผ่นพับไปสู่ “วารสารแคตตาล็อค” และในปี 2544 ได้เปิดตัวธุรกิจ Book Smile (เดิมชื่อ 7 Today) เพื่อเป็นช่องการขยายช่องทางธุรกิจด้านการจำหน่ายหนังสือและวารสาร

          ปัจจุบันสำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 283 อาคารสีบุญเรือง 1 ถนน สีลม เขต บางรัก กรุงเทพมหานคร 10500 โทรศัพท์ 0-2677-9000 โทรสาร 0-238-1767
ปรัชญาองค์กร (Philosophy)

“เรา ปรารถนารอยยิ้มจากลูกค้า ด้วยทีมงานที่มีความสุข”
วิสัยทัศน์ (Vision)
“เรา คือผู้ให้บริการความสะดวกซื้อ กับลูกค้าทุกชุมชน”

พันธกิจ (Mission) 1. มุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งในการสรรหาและส่งมอบ สินค้า และบริการที่ลูกค้าสะดวกซื้อต้องการ
2. สรรหาทำเลร้านสาขาที่เข้าถึงลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วประเทศ
3. สร้างภาวะผู้นำทุกระดับและส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศการทำงานที่ดี
4. สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับสังคมและชุมชน
5. สร้างองค์กรคุณภาพและมุ่งสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้
6. บริหารกิจการให้มีผลตอบแทนการลงทุนที่ดีและบริหาร ตามหลักธรรมาภิบาล

ภาวะ การตลาดและการแข่งขัน 

        ธุรกิจค้าปลีกในปี 2549 ชะลอตัวลงจากหลากหลายปัจจัยที่เข้ามากระทบ กำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทั้งราคาน้ำมัน สถานการณ์การเมือง ภาวะน้ำท่วม ไข้หวัดนก รวมถึงความไม่สงบทางภาคใต้ที่ยังไม่คลี่คลาย เป็นผลให้คาดว่าทั้งปี 2549 มูลค่าค้าปลีกในระบบภาษีในภาพรวมจะขยายตัวประมาณร้อยละ 5 คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.3 ล้านล้านบาท ในขณะที่ภาวการณ์แข่งขันสูง โดยเฉพาะในส่วนของค้าปลีกสมัยใหม่ในลักษณะ Chain Store ทั้งในรูปแบบการขยายสาขาและการนำกลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบต่าง ๆ มาใช้เพื่อดึงดูดผู้บริโภคซึ่งในปัจจุบันจะยิ่งมีการไตร่ตรองในการซื้อและคำนึงถึงความคุ้มค่ามากขึ้น
จากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อรูปแบบพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค โดยส่วนหนึ่งมีการลดความถี่ในการซื้อลงและอาจจะมีการซื้อครั้งเดียว ในปริมาณที่มากขึ้น รวมไปถึงการซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกใกล้บ้านหรือที่ทำงานมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปประกอบกับมาตรการควบคุมผังเมือง ทำให้ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่เริ่มมีการปรับรูปแบบไปสู่ร้านค้าปลีกขนาดเล็กมากยิ่งขึ้น ร้านสะดวกซื้อจึงเป็นตลาดที่น่าสนใจเข้ามาลงทุนทั้งจากผู้ประกอบการรายเดิม และผู้ค้าปลีกในตลาดอื่น ซึ่งมีทั้งรูปแบบที่ประกอบการเองและขยายสาขาด้วยระบบแฟรนไชส์

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
          ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความสำเร็จของ บริษัท ซี.พี. เซเว่นอีเลฟเว่น จำกัด (มหาชน) พอสรุปได้ ดังนี้
1.วิสัยทัศน์และการตัดสินใจของผู้บริหาร
การที่บริษัทสามารถขยายกิจการร้านสาขา 7-Eleven ได้อย่างรวดเร็วและสามารถบริหารร้านสาขาให้อยู่รอด และเจริญเติบโต เป็นผลมาจากความกล้าในการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูง และการเลือกทำเลในการเปิดร้านสาขาที่เหมาะสม การตัดสินใจที่แม่นยำและทันเวลานี้ เกิดจากการสร้างสมประสบการณ์ ของผู้บริหาร ทำให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและมีความสามารถในการมองโอกาสที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต
2.ทีมงานที่มีคุณภาพ
การมีทีมงานที่มีพลังและมีคุณภาพ ช่วยสานต่อวิสัยทัศน์ของผู้บริหารให้เกิดเป็นรูปธรรมและนำองค์กรสู่ความสำเร็จ นั้นเป็นผลมาจากการสรรหาบุคคลที่มีคุณภาพ แลความมุ่งมั่นของผู้บริหารในการให้ความสำคัญในการพัฒนาพนักงานในรูปแบบต่าง ๆ เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการนำไปสู่ความสำเร็จ
3. การยอมรับและความพึงพอใจของลูกค้า
ร้านสาขาทุกแห่งของ 7-Eleven เป็นที่นิยมของลูกค้า เนื่องจากมีสินค้าที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและมีความสะดวก เนื่องจากมีสาขากระจายอยู่ทั่วไปในแหล่งชุมชน ตลอดจนความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า ซึ่งเป็นผลมาจากการให้ความสำคัญในการคัดเลือกและตรวจสอบสินค้าที่มีคุณภาพที่จะนำมาวางขายในร้านสาขา

ปัจจัยความเสี่ยง 
   1.ความเสี่ยงจากการถูกยกเลิกเครื่องหมายการค้า 7-Eleven

         บริษัทดำเนินธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทยภายสัญญาให้ใช้สิทธิ์ที่บริษัททำกับ 7-Eleven, Inc. แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2531 โดยสัญญาให้ใช้สิทธิ์เป็นสัญญาที่ไมมีกำหนดอายุ โดยคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายมีสิทธิ์ที่จะเลิกสัญญา หากเกิดเหตุการณ์ตามที่กำหนดไว้ในสัญญา หรือในกรณีที่ถือเป็นเหตุเลิกสัญญาตามสัญญาให้ความยินยอมซึ่งจะมี ผลเป็นการเลิกสัญญาให้ใช้สิทธิ์ด้วย ซึ่งจากความสัมพันธ์อันดีตลอดระยะเวลา 17 ปี บริษัทยังไม่เคยมีกรณีพิพาทใด ๆ ที่สำคัญกับ 7-Eleven, Inc. รวมทั้งได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดต่าง ๆ ในสัญญาดังกล่าวมาโดยตลอด ทำให้บริษัทเชื่อว่า บริษัท และบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ ยังมีความสัมพันธ์อันดีกับ 7-Eleven, Inc. และในขณะนี้ไม่มีเหตุอันใดที่จะส่งผลกระทบในทางลบกับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัท และบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ กับ 7-Eleven, Inc. ในกรณีสัญญาการใช้สิทธิ์ถูกยกเลิก บริษัทจะสูญเสียสิทธิในการใช้เครื่องหมายการค้า ซึ่งอาจก่อให้เกิดผลกระทบกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทอย่างมาก

2.ความเสี่ยงจากความผิดพลาดหรือข้อขัดข้องของศูนย์กระจายสินค้า     สินค้าส่วนใหญ่ที่จำหน่ายในร้าน 7-Eleven จะถูกส่งผ่านมาจากศูนย์กระจายสินค้าของบริษัท ดังนั้น การดำเนินการของศูนย์กระจายสินค้ามีความสำคัญต่อธุรกิจของ 7-Eleven อย่างมาก 2.ความเสี่ยงจากความผิดพลาดหรือข้อขัดข้องของศูนย์กระจายสินค้า ๆ ซึ่งย่อมมีผลเสียต่อความสามารถในการจัดส่งสินค้าไปยังร้าน 7-Eleven ซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบกับผลประกอบการได้

3. ความเสี่ยงจากความผิดพลาดหรือขัดข้องของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
    ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งด้านการบริหารการหมุนเวียนของสินค้า การจัดซื้อ การจัดเก็บข้อมูลและการประมวลผลข้อมูลเพื่อการพัฒนาความสามารถในการดำเนินการ ดังนั้นความผิดพลาดหรือขัดข้องของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศย่อมส่งผลเสียต่อความสามารถของบริษัทในการบริหารร้าน 7-Eleven ให้เป็นไปตามปกติ ซึ่งอาจเกิดผลกระทบกับผลประกอบการของบริษัทได้

4.ความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ

           เนื่องจากบริษัทมีการลงทุนใน Shanghai Lotus Supermarket Chain Store Co.,Ltd. (SLS) ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์ในสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC) อันอาจจะมีความเสี่ยงเกิดขึ้นได้จากปัจจัยทางการเมือง กฎหมาย หรือภาวะเศรษฐกิจของ PRC ที่อาจเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งอาจมีผลกระทบให้รายได้จากธุรกิจเหล่านั้นไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
นอกจากนี้ ตามที่รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ลงนามในข้อตกลงการค้ากับ World Trade Organization (WTO) ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับกาขยายตัวของธุรกิจต่าง ๆ ภายในประเทศ สำหรับธุรกิจค้าปลีกนั้น นับตั้งแต่ 11 ธันวาคม 2547 เป็นต้นไป รัฐบาล PRC ได้อนุญาตให้ผู้ถือหุ้นต่างชาติสามารถถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์ได้เพิ่มขึ้น จากเดิมถือหุ้นไม่เกินร้อยละ 48 เป็นผู้ถือหุ้นได้มากกว่าร้อยละ 50

5.ความเสี่ยงจากอิทธิพลการควบคุมของเครือเจริญโภคภัณฑ์
     เครือเจริญโภคภัณฑ์มีอำนาจในการควบคุมทั้งทางตรงและทางอ้อมในบริษัท และในสัญญาให้ความยินยอม เครือเจริญโภคภัณฑ์ ตกลงจะดำรงสัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำ ตลอดจนอำนาจในการแต่งตั้งและอำนาจควบคุมจำนวนกรรมการข้างมากของบริษัท ดังนั้น เครือเจริญโภคภัณฑ์จึงสามารถแต่งตั้งกรรมการบริษัทส่วนใหญ่ และสามารถมีอิทธิพลในการบริหารจัดการบริษัท รวมถึงพิจารณาหรือผลักดันเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้นของบริษัท
ปัจจุบันนี้ไม่มีข้อจำกัดทางสัญญาใด ๆ ระหว่างบริษัทปละบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ที่ห้ามบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ขยายธุรกิจหรือลงทุนในธุรกิจค้าปลีกอื่น ๆ จึงอาจมีความเสี่ยงว่าเครือเจริญโภคภัณฑ์จะไม่พิจารณาจัดสรรโอกาสและทรัพยากรไปในทางที่เป็นประโยชน์สูงสุด กับบริษัท และผู้ถือหุ้น
เป้าหมายของการดำเนินธุรกิจ
      บริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อในประเทศไทยที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเน้นจุดเด่นของการนำเสนอ “ความสะดวก” ให้กับลูกค้าสำหรับการซื้อสินค้าและใช้บริการต่าง ๆ ด้วยทำเลร้าน 7-Eleven ที่กระจายครอบคลุมพื้นที่กว้างขวางและส่วนใหญ่จะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดร้าน 7-Eleven ในปี 2550-2551 ปีละประมาณ 400-450 สาขาโดยบริษัทยังวางตำแหน่งร้าน 7-Eleven ให้เป็นร้านค้าสะดวกซื้อที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่มที่ครบวงจร โดยเน้นการขายสินค้าบริโภคมากกว่าสินค้าอุปโภค เนื่องจากสินค้าบริโภคโดยทั่วไปมีอัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าสินค้าประเภทอุปโภค และเป็นการวางตำแหน่งร้าน 7-Eleven ให้แตกต่างจากร้านค้าปลีกประเภท ในขณะเดียวกันบริษัทจะใช้ประโยชน์จากเครือข่ายร้าน 7-Eleven ในการให้บริการเสริมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ลูกค้า อาทิเช่น การเป็นตัวแทนชำระค่าสินค้าและบริการของ เคาน์เตอร์เซอร์วิส การสสั่งซื้อสินค้าทาง 7-Cattalog เป็นต้น
วิเคราะห์สถานะภาพของ บ. เซเว่นอีเลฟเว่น
เซเว่นอีเลฟเว่น เป็นร้านสะดวกซื้อที่มุ่งมั่นที่จะแสวงหาสินค้าและบริการที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งเน้นที่จะให้ลูกค้ามาถึงร้าน แล้วสามารถได้ครบทุกอย่างไม่ว่าจะซื้อสินค้า หรือ โอนเงิน หรือชำระค่าสาธารณูปโภค ซึ่งย่อมจะได้เปรียบในเชิงการแข่งขันสูง ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ด้วย The 5 Force’ s Model พบว่า

1.การแข่งขันในอุตสาหกรรม ( Existing & Competitor)
    ปัจจุบันธุรกิจโดยทั่วไปของร้านสะดวกซื้อมีการแข่งขันกันสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าปลีกขนาดเดียวกัน เช่น โลตัส เอ็กซ์เพรส หรือ Jiffy Shop หรือ ร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น Big C, Tesco Lotus หรือ คาร์ฟูร์ ต่างแข่งขันช่วงชิงลูกค้าด้วยกลวิธีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดรายการโปรโมชั่นต่าง ๆ เช่น ซื้อ 1 แถม 1 หรือ ซื้อ 2 ชิ้นประหยัดกว่า หรือจัดรายการลดแลก แจกแถม ซึ่งสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวเช่นนี้ หากไม่มีกลยุทธ์ในการต่อสู้แย่งชิงลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดรายการ หรือ สร้างบริการให้ลูกค้าประทับใจ หรือ ขายสินค้าที่มีคุณภาพ หลากหลาย แตกต่างจากร้านค้าปลีกทั่วไป ซึ่งล้วนสามารถจูงใจให้ลูกค้าเลือกใช้บริการได้

2.คู่แข่งรายใหม่ ( New Entrants)
     สำหรับคู่แข่งรายใหม่ของ 7-Eleven ขณะนี้มีเพิ่มจำนวนมาก สามารถเข้ามาแข่งขันได้ง่าย ไว้ว่าจะเป็นร้านค้าปลีกขนาดเล็ก เช่น 108 shop , โลตัส เอ็กซ์เพรส หรือ Jiffy ฯลฯ และยังมีร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ เช่น Big C , Tesco Lotus ซึ่งแม้ว่าร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ จะเข้ามากระจายเปิดกิจการตามเขตชุมชนใหญ่ ๆ และมีสิ่งอำนวยความสะดวกค่อนข้างครบ ไม่ว่าจะเป็น เคาท์เตอร์รับชำระค่าบริการต่าง ๆ มีโรงภาพยนตร์ คาราโอเกะ และมีธนาคารสาขาย่อย ซึ่งก็ถือว่าเป็นร้านค้าปลีกที่เข้ามาแชร์ส่วนแบ่งตลาดไปได้มากพอสมควร ซึ่งทาง 7–Eleven อาจจะได้เปรียบคู่แข่งรายอื่นในแง่ที่ว่า เปิดบริการ 24 ชั่วโมง และมีสาขาที่เป็นทั้งร้านสาขาบริษัท ร้านค้าเฟรนไชส์ และผู้ประกอบการรับสิทธิช่วงในอาณาเขต ซึ่งเป็นร้านที่มีเครือข่ายกระจายอยู่ในชุมชนทั่วประเทศ

3. อำนาจต่อรองของตัวแทนจำหน่าย ( Supplier Power)
     ในแง่ Supplier นั้นไม่มีผลกระทบต่อ 7–Eleven เลย เนื่องจากว่า 7-Eleven เป็นบริษัทที่มีสาขาจำนวนมาก กว่า 3,700 สาขา และมีกระจายอยู่ทั่วประเทศ ซึ่งทำให้มีอำนาจต่อรองกับ Supplier สูงมาก เพราะย่อมจะมี Supplier จำนวนมากรายที่อยากจะติดต่อขายสินค้าให้กับ 7–Eleven เพราะเมื่อสมารถขายสินค้าให้ กับ 7–Eleven ได้ ก็เท่ากับว่าสามารถกระจายสินค้าของตนไปได้ทั่วประเทศง่ายขึ้น อีกทั้งยังมี Supplier จำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าไปในเสนอขายสิค้าได้ใน ร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ จึงทำให้ 7-Eleven มีอำนาจการต่อรองในเรื่องราคา และสามารถกำหนดกติกากับ Supplier ได้เช่น หากทาง Supplier ไม่สามารถจัดส่งสินค้าได้ตามเวลาที่กำหนด จะต้องเสียค่าปรับ เพื่อชดเชยความเสียหายของ 7–Eleven ที่ไม่มีสินค้าไว้สำหรับให้บริการกับลูกค้าได้ อีกทั้งหากสินค้าที่นำมาขายในร้านสาขาใดไม่มีคุณภาพ ทาง 7-Eleven ก็จะคัดสินค้าออก ไม่ให้ขายในร้านสาขา

4.อำนาจต่อรองของผู้ซื้อ (Buyer Power)
      ผู้ซื้อมีอำนาจในการต่อรองกับ 7–Eleven น้อย ถึงแม้ว่าจะมีร้านค้าปลีกเกิดขึ้นมากมาย และมีกรจัดรายการที่น่าสนใจไว้ แต่ 7-Eleven ก็ยังเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับลูกค้า เพราะ 7–Eleven มีสาขากระจายอยู่ตามชุมชนทั่วประเทศ ซึ่งเป็นร้านค้าปลีกที่อยู่ใกล้บ้านมากกว่าร้านค้าปลีกอื่น ๆ จึงสามารถสนองตอบความต้องการได้ง่าย ประกอบกับในภาวะที่ค่าน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบันนี้จึงทำให้ผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อ ไม่ว่าจะซื้อจากร้านค้าใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน ซึ่งการกระจายสาขาของ 7-Eleven นี้สามารถตอบสนองความต้องการในส่วนนี้ของลูกค้าได้มาก อีกทั้งการบริการอาหารและเครื่องดื่มมีพร้อม สะอาด สะดวก การเปิดบริการ 24 ชั่วโมง ล้วนเป็นสิ่งที่ดึงดูดลูกค้าให้มาใช้บริการได้

5.สิ่งทดแทน (Substitutes)
   มีร้านค้าปลีกขนาดเล็กทั้งที่เป็นร้านค้าปลีกตั้งเดิม และร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ซึ่งเป็นคู่แข่งทางตรง ที่สามารถมาทดแทน สนองตอบต่อความต้องการของลูกค้าได้ เหมือน ๆ กัน ซึ่งในปัจจุบัน พฤติกรรมผู้บริโภคในการซื้อสินค้าได้เปลี่ยนไปตามสภาวะราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้ผู้บริโภคลดความถี่ในการซื้อลง และมีการซื้อครั้งเดียวในปริมาณที่มากขึ้น รวมไปถึงการซื้อสินค้าจากร้านค้าปลีกที่ใกล้บ้านหรือใกล้ที่ทำงาน มากขึ้น หรือตามร้านค้าปลีกที่สามารพตอบสนองความต้องการสินค้าและบริการได้ครบถ้วน เพื่อความสะดวกในการจับจ่าย และเป็นการประหยัดเวลาในการจับจ่ายด้วย จึงทำให้ร้านค้าปลีกต่าง ๆ แข่งขันหาจุดบริการต่าง ๆ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าเลือกมาใช้บริการและจับจ่ายที่ร้านของตน

Scenario Analysis
    การวิเคราะห์ทัศนภาพ (Scenario Analysis) เป็นกระบวนการวิเคราะห์สถานการณ์ในภาพรวมซึ่งสามารถใช้เป็นแนวทางในการวิเคราะห์ทิศทางที่จะดำเนินต่อไปในอนาคตได้ ซึ่งสามารถวิเคราะห์สถานการณ์โดยรวม และปัจจัยความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อองค์กรคือ

1.การเมือง

    ในสภาวะการเมืองที่ไม่ชัดเจน แม้ว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะมีการเลือกตั้งที่แน่นอน จะมีรัฐบาลใหม่ แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคและนักลงทุนเท่าใดนัก ต่างหยุดรอดูสถานการณ์หลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่แล้วเสร็จ เพื่อดูทิศทางที่แน่นอน จึงค่อยตัดสินใจลงทุน
อีกทั้งร่างกฎหมายค้าปลีกยังไม่ผ่านร่าง จึงทำให้ค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่อาศัยช่องว่างที่กฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้ขยายสาขาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ ก่อนที่จะถูกควบคุม ซึ่งเหล่าร้านค้าปลีกดั้งเดิมและร้านสะดวกซื้อต่างหวังว่ารัฐบาลใหม่ จะได้ข้อสรุปกฎหมายค้าปลีกให้มีผลบังคับใช้กับร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่

2.เศรษฐกิจ

    ในสภาวะทีเศรษฐกิจทั่วประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัว การลงทุนด้านต่าง ๆ ต่างเลื่อนการลงทุนออกไปก่อน อีกทั้งปัจจุบันนี้ราคาน้ำมันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้กระทบต่อต้นทุนสินค้าจำนวนมาก ทำให้ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้น ด้วยภาวะสองปัจจัยนี้เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคระวังการใช้จ่าย มีการคิดถึงเรื่องความคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปมากขึ้น และใช้จ่ายเฉพาะสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น และเน้นการซื้อของทีละมาก ๆ ไม่ออกไปซื้อบ่อย ๆ ซื้อจากร้านที่สามารถสนองความต้องการได้ครบถ้วน หรือ ไปที่เดียวได้ครบทุกอย่างที่ต้องการ

3.สังคมและวัฒนธรรม    ในสังคมปัจจุบันนี้ ในการประกอบธุรกิจใด ๆ ก็ตามล้วนต้องมีการกระทำใด ๆ เพื่อตอบแทนกลับสู่สังคมและชุมชน เพื่อให้ชุมชนรับรู้ว่าธุรกิจนั้นไม่ได้หวังแต่ผลกำไรเพียงอย่างเดียว ซึ่งทาง 7-Eleven เองก็มีโครงการหลาย ๆ โครงการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อประโยชน์แก่สังคม ดังเช่น
1. ด้านภาษาไทย การอ่าน และการเขียน เช่น
- โครงการโรงเรียนรักการอ่านยอดเยี่ยม
- โครงการประกวดหนังสือดีเด่น รางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ด
- “กล้าวรรณกรรม” และ “นักเขียนการ์ตูนรุ่นเยาว์
2. ด้านพัฒนาทักษะทางปัญญา
- การเผยแพร่ “หมากล้อม” (เกมโกะ)
3. ด้านการศึกษาผ่านประสบการณ์ตรง
4. ด้านคุณธรรมจริยธรรม
- โครงการพัฒนาครูผู้สอนพระพุทธศาสนา วิถีพุทธกัลยาณมิตร
- โครงการเรายกวัดมาไว้ที่เซเว่นฯ
5. การบริการสาธารณประโยชน์
- โครงการบริจาคเงินสมทบทุนเพื่อมอบแก่ผู้ประสบภัย “สึนามิ” และผู้ประสบภัย “น้ำท่วม”
- โครงการขาดหลอดประหยัดไฟ
- โครงการบริการน้ำดื่มแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจทั่วประเทศ

4. เทคโนโลยี

    ปัจจุบันนี้เป็นโลกของข่าวสาร และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถหลบเลี่ยงไปได้ ขณะเดียวกันเทคโนโลยีนั้นมีคุณอนันต์และโทษมหันต์ ขึ้นอยู่กับการรู้จักนำมาใช้ให้เป็น ซึ่ง ในบริษัท ซี.พี.เซเว่นอีเลฟเว่น นั้นได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อสังเกตพฤติกรรมของผู้บริโภค หรือใช้เพื่อตรวจสอบควบคุมคุณภาพของสินค้า ปริมาณสินค้าคงคลัง คิดค้นและพัฒนาคุณภาพสินค้า ซึ่งบริษัทนั้นมีเป้าหมายในการมุ่งไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ มีการส่งเสริมการเรียนรู้ ถ่ายทอด แบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และจุดเรียนรู้ในการทำงาน
การวิเคราะห์แนวโน้ม
แนวโน้มที่แน่นอน (Certainty Trends)
C1 ในปีนี้มีการเลือกตั้งที่แน่นอนและมีโอกาสที่จะจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่แน่นอน
C2 ลูกค้าเริ่มสนใจใส่ในเรื่องความคุ้มค่าของสินค้ากับปริมาณเงินที่จ่ายออกไป ในภาวะที่เศรศฐกิจของประเทศชะลอตัว
C3 คู่แข่งขัน เริ่มมีการทำตลาดและการจัดรายการที่ดึงดูดลูกค้า
C4 การแข่งขันเรื่องสินค้าและบริการเน้นที่คุณภาพของสินค้าและบริการเป็นสำคัญ
แนวโน้มที่ไม่แน่นอน (Uncertainty Trends)
U1 ราคาน้ำมันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลต่อต้นทุนของสินค้าในด้านการขนส่ง
U2 เทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
U3 พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
U4 ความไม่แน่นอนของกฎหมายค้าปลีกว่าจะมีผลบังคับใช้เมื่อใด ซึ่งส่งผลให้ร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ต่างเร่งขยายสาขาใหญ่บ้างเล็กบ้าง
U5 การแข็งค่าของค่าเงินบาท ส่งผลกระทบต่อรายได้ของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ที่ได้ลงทุนในต่างประเทศ
SWOT Analysis การวิเคราะห์ภายในองค์กร
ในการวิเคราะห์ SWOT ของ 7-Eleven ในครั้งนี้ดัวย 5’Ms โดยมีรายละเอียดดังนี้คือ
1. Man (คน)
จุดแข็ง (Strengths)

บริษัทประกอบด้วยพนักงานและบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ เนื่องจาก 7-Eleven ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนมาอย่างต่อเนื่อง มีการส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพเพื่อรองรับการขยายสาขา และรองรับการแข่งขันที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ 7-Eleven ประสบความสำเร็จได้ สามารถมีสาขาร้านค้ามากมาย

จุดอ่อน (Weakness)

      การที่พนักงานและบุคลากร ของ 7-Eleven มีความรู้ความสามารถ อาจเป็นช่องทางให้บริษัทคู่แข่งธุรกิจเดียวกันเข้ามาซื้อตัวพนักงาน โดยอาจเสนออัตราเงินเดือน และผลตอบแทนที่สูงกว่าเพื่อดึงดูดพนักงานของ 7-Eleven ได้ เพราะปัจจุบันนี้การแข่งขันที่สูง หากมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถมาร่วมแรงร่วมใจพัฒนาองค์กร จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว
โอกาส (Opportunity)

     ผู้บริหารของบริษัทให้ความสำคัญต่อการสรรหาพนักงานมากพอ ๆ กับการพัฒนาศักยภาพของพนักงาน โดยให้ความสำคัญต่อการคัดเลือกคนดีมากกว่าคนเก่ง ซึ่งผู้บริหารเชื่อว่าพนักงานที่รับเข้ามาใหม่ยังไม่มีความรู้ ความสามารถในระดับที่เรียกว่า “คนเก่ง” ก็สามารถพัฒนาภายหลังได้ แต่การสร้างคนให้เป็นคนดีต้องใช้เวลานาน วิธีการสรรหาของบริษัท ใช้วิธีการหลายรูปแบบด้วยกัน เช่นการประกาศรับสมัครทางสื่อต่าง ๆ การคัดเลือกนักศึกษาที่จบใหม่จากมหาวิทยาลัย การเข้าร่วมงานนัดพบแรงงาน และการรับสมัครใน Internet เป็นต้น ซึ่งทำให้ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีโอกาสที่จะคัดเลือกพนักงานได้มาก

อุปสรรค (Threat)

        เนื่องจาก 7-Eleven มีคณะกรรมการที่มีอำนาจในการตัดสินใจ เรื่องนโยบายต่าง ๆ หลายท่าน ซึ่งคณะกรรมการเหล่านี้มาจากการแต่งตั้งโดยใช้เสียงข้างมาก จากการประชุมผู้ถือหุ้น
 ซึ่งสามารถถอดถอนได้โดยใช้มติที่ประชุม ซึ่งหากมีการเปลี่ยนคณะกรรมการบ่อย จะทำให้การตัดสินใจล่าช้าไม่ทันต่อเหตุการณ์ได้

2. Money (เงิน)
จุดแข็ง (Strengths) 

   ณ.วันที่ 31 ธันวาคม 2549 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 104,873 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2548 คิดเป็น ร้อยละ 6 ซึ่งเป็นรายได้ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ สัดส่วนร้อยละ 64 รายได้จากธุรกิจร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ในประเทศจีน สัดส่วนร้อยละ 30 และรายได้จากธุรกิจอื่น ๆ ในประเทศ สัดส่วนร้อยละ 6
กลุ่มธุรกิจร้านค้าสะดวกซื้อมียอดขายสุทธิรวม 65,055 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 14,975 ล้านบาทหรือคิดเป็นร้อยละ 29 ซึ่งการเพิ่มขึ้นของยอดขายสุทธิมีสาเหตุมาจากการขยายสาขา และยอดขายเฉลี่ยต่อร้านต่อวันเพิ่มขึ้น
ซึ่งแสดงให้เห็นว่า 7-eleven มีความแข็งแกร่งเรื่องเงินทุนและมีศักยภาพในการขยายสาขา และเพิ่มยอดขายให้สูงขึ้น เป็นอย่างมาก

จุดอ่อน (Weakness) 

บริษัทมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นเป็นจำนวนประมาณร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานหลังภาษีเงินได้ ซึ่งนโยบายนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ซึ่งการขยายสาขาเพิ่มขึ้นนั้นมีส่วนทำให้กำไรสุทธิลดลง เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการชายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้อาจทำให้การจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นเปลี่ยนไป อาจสร้างความไม่พึงพอใจให้กับผู้ถือหุ้นได้
โอกาส (Opportunity)

7-Eleven เป็นร้านค้าสะดวกซื้อที่เป็นที่รู้จักโดยทั่วไป หากมีความจำเป็นในการระดมทุนเพิ่ม ก็มีความสามารถในการระดมทุนได้ง่าย อีกทั้งการขยายเพิ่มของแฟรนไชส์ จะช่วยให้บริษัทไม่ต้องลงทุนในการเพิ่มสาขามากนัก แต่สามารถมีสาขาเพิ่มขึ้นได้

อุปสรรค (Threat)

ปัจจุบันค่าครองชีพที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตราค่าเช่าร้านสูงขึ้นมาก อีกทั้งแหล่งทำเลที่ตั้งร้านตามชุมชนต่าง ๆ มีราคาแพง ซึ่งจะส่งผลทำให้ค่าใช้จ่ายของร้านโดยรวมสูงขึ้น และจะส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทลดน้อยลง

3. Materials (วัตถุดิบ อุปกรณ์ เครื่องมือ ที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจ)

จุดแข็ง (Strengths) 

บริษัทมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัยมาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยยึดถือความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลัก มีกระบวนการคัดสรรและตรวจสอบคุณภาพของสินค้า ให้ได้คุณภาพสม่ำเสมอ และเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค อีกทั้งบริษัทได้จัดกระบวนการพัฒนาสินค้า ร่วมกับผู้ผลิต โดยมีการตรวจสอบสินค้าตั้งแต่ขั้นตอนการผลิต การจัดส่ง การเก็บรักษา เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าที่มีคุณภาพ

จุดอ่อน (Weakness)

เนื่องจากบริษัท 7-Eleven มีสาขากระจายอยู่ทั่วทั้งประเทศ การติดต่อสื่อสารมักใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นสำคัญ หากระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมีปัญหา ก็จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริหารงาน

โอกาส (Opportunity)

บริษัทตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาสินค้า การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ และพัฒนาสินที่ที่มีคุณภาพ อีกทั้งมีความพยายามอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานเพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และตรงความต้องการของลูกค้า อีกทั้งนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ในการผลิต ควบคุม และการวางแผน เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนไปของพฤติกรรมผู้บริโภค

อุปสรรค (Threat)

พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นการวางแผนด้านต่าง ๆ ต้องกระทำอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ และสภาวะ การณ์ที่เปลี่ยนไป

4. Management (การจัดการ)
จุดแข็ง (Strengths)

       โครงสร้างการจัดการของบริษัทประกอบด้วย คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ผู้บริหาร มีการแบ่งขอบเขตอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจน ซึ่งคณะกรรมการบริษัทประกอบไปด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ในการทำงานจากหลากหลายสาขาที่เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ และมีความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบเป็นอย่างดี และมีวัฒนธรรมองค์กรของบริษัทคือการทำงานเป็นทีม โดยมีค่านิยม 7 Values เป็นค่านิยมพื้นฐานสำหรับพนักงานทุกคนในองค์กร และ 11 Leadership เป็นค่านิยมสำหรับผู้บริหารทุกคนยึดถือและนำไปปฏิบัติในการดูแลเอา ใจใส่ผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างมีคุณธรรม

จุดอ่อน (Weakness)

    การที่บริษัทมีคณะกรรมการบริษัท มากถึง 13 คน อาจส่งผลให้การตัดสินใจในบางเรื่องล่าช้ากว่าที่ควร อำนาจการตัดสินใจมีน้อย ต้องอาศัยเสียงส่วนใหญ่ของผู้ถือหุ้น ซึ่งในการดำเนินงานปัจจุบันต้องมีการตัดสินใจที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว 

โอกาส (Opportunity)

     ตามโครงสร้างของคณะกรรมการ ล้วนเป็นบุคคลที่มีความสามารถ มีประสบการณ์ในการทำงานที่หลากหลาย และเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ย่อมสามารถนำพาให้องค์กรประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจได้เป็นอย่างดี สามารถแข่งขันกับคู่แข่งขันรายใหญ่ ๆ ได้

อุปสรรค (Threat)

     ในภาวะตลาดปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างสูง ไม่ว่าจะเป็นตลาดในประเทศ หรือในตลาดต่างประเทศ ล้วนเป็นแรงผลักดันให้บริษัทต้องแสดงความสามารถในการบริหารจัดการ สร้างความแข่งแกร่ง และมีความพร้อมสำหรับการฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ได้

5.Marketing (การตลาด)
จุดแข็ง (Strengths)

     บริษัทมีทำเลที่ตั้งที่ค่อนข้างได้เปรียบเนื่องจากได้เลือกทำเลที่ตั้งในแหล่งชุมชนมีผู้คนสัญจรผ่านไปมาตลอด จึงสามารถเข้าถึงผู้บริโภค ได้ง่าย อีกทั้ง มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และมีมาตรฐานคุณภาพสินค้าไว้อย่างชัดเจน และมีการสุ่มตรวจคุณภาพสินค้าอย่างสม่ำเสมอ และมีการสรรหาผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายแตกต่างจากคู่แข่งขันอยู่เสมอ โดยมีเป้าหมายหลักคือการตอบสนองตรงต่อความต้องการของลูกค้า
จุดอ่อน (Weakness)
ปัจจุบันร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่มีการแข่งขันทางการตลาดสูงมาก ต่างนำกลยุทธ์ต่าง ๆ มาใช้เช่น การขายสินค้าราคาพิเศษ การมีของสมนาคุณพิเศษ การแจกคูปองเงินสดเพื่อใช้เป็นส่วนลดในการซื้อสินค้า ซึ่งการแข่งขันเช่นนี้สามารถดึงดูดผู้ซื้อได้มาก เนื่องจากปัจจุบันนี้ผู้ซื้อมักมองถึงความคุ้มค่า ประหยัด ซึ่งทางบริษัทเองต้องหาวิธีการจัดรายการโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดใจผู้ แต่ในขณะเดียวกันต้องไม่มีผลกระทบต่อบริษัทในระยะยาว

โอกาส (Opportunity)
     7-Eleven มีโอกาสที่เข้าถึงชุมชนได้มากกว่าร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ เนื่องจากการมีสาขาที่ครอบคลุมทั่วประเทศไทย อีกทั้งเป็นร้านสะดวกซื้อที่อยู่ในชุมชน และไม่ถูกต่อต้านจากชุมชนเนื่องจากว่าเป็นร้านค้าของคนไทยไม่ใช่ต่างชาติ ซึ่งจากข้อได้เปรียบนี้ทำให้ 7-Eleven สามารถขยายสาขาครอบคลุมได้มากขึ้น

อุปสรรค (Threat)
     ในปัจจุบันการแข่งขันทางการค้าค่อนข้างสูง การที่ร้านค้าปลีกข้ามชาติขนาดใหญ่ได้ขยายสาขาไปตามเมืองใหญ่ และพยายามหลีกเลี่ยงกฎหมายโดยการขยายสาขาที่มีขนาดเล็กลง และเริ่มเข้าไปในชุมชน ซึ่งล้วนเป็นคู่แข่งทางการค้าของ 7-Eleven ได้

ข้อเสนอแนะ
1. การที่ทาง 7-Eleven มีการฝึกบุคลากร โดยเปิกการเรียนการสอนและเปิดให้มีการปฏิบัติงานจริง ทำให้บุคคลากรที่สำเร็จออกมามีความสามารถ และเป็นที่ต้องการของร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ เพราะการที่ได้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน ย่อมช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ซึ่งทาง 7-Eleven ควรมีมาตรการรองรับปัญหาเรื่องสมองไหล เพื่อป้องกันการซื้อตัวบุคลากรจากบริษัทคู่แข่ง
2. 7-Eleven ต้องเร่งสร้างผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อไม่ต้องเหนื่อยในการแข่งขันกับคู่แข่ง ซึ่งนโยบายที่ทาง 7-Eleven เน้นด้านสินค้าบริโภค นั้นหากสามารถ มีอาหารและเครื่องดื่มที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน เชื่อว่า น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับลูกค้าได้เป็นอย่างดี
3. ควรเน้นพัฒนาระบบสารสนเทศ ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
4. ควรมีมาตรการรักษาความปลอดภัยของร้านสาขา เนื่องจากปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว มีคนว่างงานจำนวนมาก และยาบ้าเริ่มระบาดมากขึ้น ในขณะที่ร้านเปิดให้บริการ 24 ชั่วโมง หากบริษัทมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดีแล้ว จะทำให้ลูกค้ากล้าที่จะมาใช้บริการในยามดึกดื่นเพิ่มขึ้น


ข้อมูลขั้นต้นนี้ขอขอบคุณเจ้าของเว็บ



และต้นฉบับจาก



บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อศึกษาเท่านั้นมิได้เจตนาอื่นแต่อย่างใด