วันพุธที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

งานครั้งที่ 9 Knowledge Management

"ท่านคิดว่า KM หรือ Knowledge Management มีผลต่อกลยุทธ์หรือกระบวนการสร้างกลยุทธ์ ของหน่วยงาน หรือ องค์กร อย่างไรบ้าง" 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
มีผลต่อกลยุทธ์หรือกระบวนการสร้างกลยุทธ์ ของหน่วยงาน หรือ องค์กร ดังต่อไปนี้

1. การเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร

2. การป้องกันการสูญหายของภูมิปัญญา ในกรณีที่บุคลากรเกษียณอายุ ลาออก หรือเสียชีวิต

3. การเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและความอยู่รอด

4. เป็นการลงทุนในต้นทุนมนุษย์ ในการพัฒนาความสามารถที่จะแบ่งปันความรู้ที่ได้เรียนรู้มาให้กับคนอื่นๆ ในองค์กร และนำความรู้ไปปรับใช้
้กับงานที่ทำอยู่ให้เกิดประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น เป็นการ พัฒนาคน และพัฒนาองค์กร

5. เพื่อช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจและวางแผนดำเนินงานให้รวดเร็ว และดีขึ้น เพราะมีสารสนเทศ หรือแหล่งความรู้เฉพาะที่มี
หลักการ เหตุผลและน่าเชื่อถือช่วยสนับสนุนการตัดสินใจ

6. ผู้บังคับบัญชาสามารถทำงานเชื่อมโยงกับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น ช่วยเพิ่มความกลมเกลียวในหน่วยงาน

7. เมื่อพบข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน ก็สามารถหาวิธีแก้ไขได้ทันท่วงที

8. แปรรูปความรู้ให้เป็นทุน ซึ่งเป็นการสร้างความท้าทายให้องค์กรผลิตสินค้าและบริการจากความรู้ที่มี เพื่อเพิ่มคุณค่า และรายได้ให้กับองค์กร

9. เพื่อการสร้างสรรค์ และบรรลุเป้าหมายของจินตนาการที่ยิ่งใหญ่

10. เปลี่ยนวัฒนธรรม จาก วัฒนธรรมอำนาจ / แนวดิ่ง สู่ วัฒนธรรมความรู้ / แนวราบ

11. ความสามารถในการปรับตัวและความยืดหยุ่น

12. การจัดการความรู้ช่วยให้องค์กรมีความเข้าใจลูกค้า แนวโน้มของการตลาด และการแข่งขันทำให้เพิ่มโอกาสในการแข่งขัน

13. การพัฒนาทรัพย์สินทางปัญญาเป็นการพัฒนาความสามารถขององค์กรในการใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทางปัญญาที่มีอยู่

14. การยกระดับผลิตภัณฑ์ การนำการจัดการความรู้มาใช้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและบริการ

15. การบริหารลูกค้า การศึกษาความสนใจและความต้องการของลูกค้าจะเป็นการสร้างความพึงพอใจและเพิ่มยอดการขาย และการสร้างรายได้

16. การลงทุนทางทรัพยากรบุคคล การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันการเรียนรู้ร่วมกัน

วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556

ศึกษาดูงาน NSC ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น


"การศึกษาดูงานครั้งนี้ได้อะไรบ้างในเชิงวิชาการ"
ตั้งแต่วันที่ 21 – 23 มกราคม 2556 จากการไปศึกษาดูงาน NSC (National Software Contest) ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับช่วงเวลาดีๆในตลอดการเดินทาง และการไปดูงาน
ก่อนที่จะเดินทางไปถึงขอนแก่นที่ใช้จัดการแข่งขัน NSC และเป็นสถานที่เป้าหมายที่จะไปศึกษาดูงาน ก็ได้แวะเข้าไปรับนักศึกษาวิทยาเขต มุกดาหาร ที่จังหวัดมุกดาหารก่อน พอรับเสร็จก็ได้เดินทางต่อไประหว่างทางก็ได้เข้าไปเยี่ยมชมหมู่บ้านวัฒนธรรมบ้านภู  ของจังหวัดมุกดาหาร  บ้านภูเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมดีเด่นของ จังหวัดมุกดาหาร ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น เป็นหมู่บ้านต้นแบบในการใช้ชีวิตแบบพอเพียง มี Home stay แบบบ้านๆสมัยภูไทรักษารูปแบบการใช้ชีวิตแบบดั้งเดิม มีการปลูกพืช ผักสวนครัวไว้กินเอง มีการทอผ้าไหมไว้ใช้เอง ทำนา ปลูกต้นไม้ มีการทำสินค้าไว้ขายแก่นักท่องเที่ยวด้วย เป็นสินค้าจากของพื้นบ้านที่ทำเองกับมือ พอไปถึงก็ได้รับการตอนรับอย่างอบอุ่น มาเข้าแถวยืนรอเหมือนกับเป็นบุคคลสำคัญ เป็นการต้อนรับที่อบอุ่นมากๆ ก็ทำให้คิดได้ว่าถ้าหากทำให้หมู่บ้านนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโดยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยก็จะทำให้หมู่บ้านนี้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น และเป็นการประชาสัมพันธ์ช่วยในการท่องเที่ยววัฒนธรรมเก่าสมัยภูไท ที่หาดูได้ยาก เมื่อถึงเวลากลับก็ได้รับการส่งให้เดินทางโดยสวัสดิภาพส่งเราด้วยรอยยิ้มและการไหว้ที่สวยงาม
เมื่อถึงที่พักคือ เขื่อนอุบลรัตน์ก็ได้ทำการแยกย้ายและแบ่งกลุ่มเข้าห้องพัก เก็บสัมภาระ อาบน้ำแต่งตัว และเข้านอนเพื่อที่จะได้ไปดูการแข่งขัน NSC ในวันถัดไป
วันที่ 22 มกราคม 2556 เริ่มเดินทางออกจากที่พักเวลาประมาณ 08.00 น. เดินทางไปถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่นแล้วก็นัดแนะกันในส่วนของกำหนดเวลาในการกลับที่พักคือเวลา 13.00 น.เดินทางกลับไปที่เขื่อนอุบลรัตน์เพื่อเข้ารับการอบรมเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า และหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ที่เขื่อนอุบลรัตน์ และอธิบายเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า
พอเข้าไปที่ส่วนของการจัดการแข่งขัน NSC คือชั้นที่ 4 กับ ชั้นที่ 5 จากที่ได้เข้าไปศึกษาและสอบถามเกี่ยวกับโปรเจคที่จัดแสดง(แข่งขัน)เดินดูในทุกส่วนแล้ว ในส่วนตัวจากการดูงานครั้งนี้ได้ทำข้าพเจ้าให้เกิดมีแนวความคิดหัวข้อในการทำโปรเจคจบของตัวเองด้วย มีได้แนวคิดในการทำโปรเจคที่จะทำการส่งเข้าแข่งขันในโครงการ NSC(National Software Contest)  ในปีถัดไป ในปีนี้ก็ส่งไปแต่ไม่ผ่านการคัดเลือก และดีใจมากที่มีโอกาสได้ไปศึกษาดูงาน NSC ที่จัดแข่งขันมหาวิทยาลัยขอนแก่นในครั้งนี้ ก็ทำให้ได้เห็นความสามารถของนักเรียนและนักศึกษาจากหลายๆที่ ที่ผ่านการคัดเลือกจากรอบแรก เห็นการได้มาแสดงแนวความคิดใหม่ๆในการสร้างสรรค์งานโปรเจคที่ใหม่ๆขึ้นมา ด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ มีการออกแบบหน้าจอ UI เหมือนกับ Windows 8 เป็นโปรเจคที่ทำเกี่ยวกับการจับการเคลื่อนไหวของร่างกายใช้วาดภาพมีการแก้ไข เปลี่ยนสีของดินสอ คล้ายๆกับโปรแกรม Paint ใน windows แต่ใช้การควบคุมโดยจับการเคลื่อนไหวของร่างกายมีการทำสื่อการเรียนการสอน E-learning บนระบบปฏิบัติการ android และ iOS ลงใน smart phone และ tablet  อาจจะใช้ในโครงการ tablet เพื่อการศึกษาสำหรับเด็ก การนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาทำ ทำให้เห็นถึงความแปลกใหม่ และที่สำคัญรุ่นมีพี่ที่มหาวิทยาลัยเราก็ได้ผ่านการคัดเลือกของ NSC ได้ไปแข่งขันต่อที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่นด้วย พี่ๆเขาได้ทำเกมที่ทำด้วยเทคโนโลยีใหม่โดยใช้เทคนิคการจับการเคลื่อนไหวของร่างกาย เกมที่พี่เขาทำคือเกมส์มวยไทยโบราณ และมีพี่ๆจาก Computer Science หรือ Comsci มหาวิทลัยเราก็ได้ผ่านเข้าไปแข่งขันด้วย พี่ๆเขาก็ทำโปคเจคเกี่ยวกับเกมลงมือถือ android เป็นเกมแนวเก็บแต้ม พี่เขาบอกว่ายังไม่สมบูรณ์ พอได้เห็นโปรเจคต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงเพื่อทำการแข่งขัน ก็ยิ่งทำให้มีความรู้สึกที่อยากทำโปรเจค ทำให้เกิดแรงกระตุ้นในการคิดหัวข้อโปรเจคมากยิ่งขึ้น นี้ก็เป็นปี 3 เทอมที่ 2 แล้วก็ได้เวลาในการเริ่มต้นคิดหาหัวข้อโปรเจคจบและโปรเจค  NSC ต่อ เพื่อให้เกิดแนวความคิดการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้ หรืออาจจะเอาอันเก่ามาพัฒนาต่อให้เสร็จสมบูรณ์ เดินไปซักพักไปสะดุดตาและถูกใจโปรเจคตัวนี้มากเป็นโปรเจคที่ใช้บนระบบปฏิบัติการ android คือเป็นระบบที่ใช้ควบคุมสิทธิ์ของผู้ใช้งาน มีการกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานที่รัดกุมมาก กำหนดการเข้าใช้งาน application ที่ไม่เหมาะสม การเข้าใช้งานเว็ปไซต์ที่ไม่เหมาะสม การเข้าดูเว็บโป๊ หรือเว็บอนาจารต่างๆ คนที่พัฒนาแอพพลิเคชั่นนี้ก็อธิบายถึงความสามรถได้อย่างดี และแน่นอนว่าโปรเจคนี้นำไปใช้ได้จริง เหมาะกับนำไปใช้ในโครงการ tablet เพื่อการศึกษาได้เลย ก็ถือว่าหลังจากที่ได้เดินศึกษาดูงานแล้วก็ทำให้เกิดไอเดียในการทำโปรเจคไว้บ้างเหมือนกัน จากนั้นก็เดินทางกลับไปยังเขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อรับฟังบรรยายพิเศษเกี่ยวกับการผลิตกระแสไฟฟ้าของเขื่อนต่างๆในแถบภาค
อิสาน กระบวนการและขั้นตอนการผลิตไฟฟ้า การนำเข้าไฟฟ้า จากต่างประเทศของประเทศไทยเรา รับมาจากเพื่อนบ้านและจากเอกชน เพื่อนำมาให้คนในประเทศได้ใช้งาน  เมื่อจบการบรรยายได้มีการเปิดให้สอบถามเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับเขื่อนบ้าง เรื่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์บ้างจากนั้นได้เดินทางไปที่ห้องควบคุมการผลิตไฟฟ้า เป็นห้องไม่ใหญ่มากแต่เป็นห้องหลักในการควบคุมการเปิดปิดของเขื่อนทั่วภาคอีสาน ได้เห็นระบบการควบคุมการเปิด ปิด เขื่อน เป็นระบบที่พัฒนาขึ้นมาเองใช้ในส่วนของการไฟฟ้าอย่างเดียว มีระบบการจัดการเปิด ปิด ประตูเขื่อนเพื่อระบายน้ำ ระบบการผันน้ำกลับเพื่อใช้ผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นระบบที่ใหญ่มากที่เดียว จากนั้นเมื่อเสร็จจากดูการควบคุมระบบของเขื่อนแล้วก็ได้กลับไปที่หอพักเพื่อเตรียมการแสดงในตอนกลางคืนเสร็จจากการแสดงแล้วก็แยกย้ายกันกลับไปนอน เพื่อเตรียมตัวกลับมหาวิทยาลัยในตอนเช้าต่อ
เช้าของวันที่ 23 มกราคม 2556 ก็ได้เดินทางกลับมาที่มหาวิทยาลัย ระหว่างทางก็ได้แวะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ก็ได้เข้าไปดูการจัดแสดงต่างๆของจุดกำเนินโลก ไดโนเสาร์ และวิวัฒนาการของสัตว์ต่างๆรวมถึงมนุษย์ด้วย เสร็จแล้วก็เดินทางต่อไปที่มุกดาหารเพื่อส่งนักศึกษา วิทยาเขตมุกดาหาร ส่งเสร็จแล้วก็เดินทางกลับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีโดยสวัสดิภาพ

วันพุธที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2556

งานครั้งที่ 7

 วุฒิศักดิ์ คลินิก...“สูตรสำเร็จ” ธุรกิจคนหนุ่ม

       ประโยคสั้นๆ แต่ในขั้นตอนปฎิบัติจริงแล้วหลายคนอาจมองว่ายาก แต่กับคุณณกรณ์ กรณ์หิรัญ หนึ่งในหุ้นส่วนสถาบันความงามชื่อดังนาม วุฒิ-ศักดิ์ คลินิก ไม่มีคำว่า “เป็นไปไม่ได้” โดยเขาพิสูจน์ไว้ให้เห็นบนเส้นทางสายธุรกิจ  

วุฒิ-ศักส์ คลินิก คือสถาบันความสวยความงามที่เกิดและเติบโตมาราว 14 ปี โดยปัจจุบันมีสาขากว่า 100 แห่ง คณะแพทย์ 190 คน พนักงาน 4,300 คน และกับยอดขายหลักพันล้านบาท หลายคนคงคิดว่า สถาบันความงามแห่งนี้น่าจะมีเส้นทางการก้าวเดินงดงามสดใสดังเช่นผลิตภัณฑ์และบริการของเขา แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม เพราะกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ โดยเฉพาะกับชีวิตของคุณณกรณ์ บอกได้คำเดียวว่า เหลือเชื่อ!!!!   

เส้นทางประกอบอาชีพถูกเปลี่ยนอีกครั้ง เมื่อคุณณกรณ์ มองเห็นโอกาสกับการทำตลาดจำหน่ายสินค้าลูกชิ้น โดยจุดประกายความคิดเกิดจากพบเห็นรถเข็นขายบาบีคิว สืบทราบมาว่า จะมีเถ้าแก่ใหญ่อยู่รายหนึ่ง ผลิตบาบีคิวโดยกระจายช่องทางจัดจำหน่ายด้วยระบบรถเข็นถึง 100 คัน ส่วนผู้นำไปจำหน่ายจะได้ผลตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย โดยแต่ละคันทำยอดขายได้วันละกว่า 2,000 บาท     
 
ลูกชิ้นปิ้ง คือสินค้าที่คุณณกรณ์เลือกก้าวสู่คำว่าเถ้าแก่ โดยกระจายพนักงานซึ่งมียานพาหนะรถเข็นพร้อมสินค้าไปจำหน่ายยังสถานที่ต่างๆ “เมื่อลงมือทำจึงรู้ว่าปัญหาเยอะมาก แค่เข็นรถขึ้นสะพานไปขายอีกฝั่งหนึ่งก็ยากแล้ว ไหนจะทับเส้นทางกันไม่ได้อีก หนักมากเขาก็ไม่ทำกัน ในที่สุด เจ๊ง”     
 
ความมุ่งมั่นดูเหมือนจะซึมซาบเข้าสู่กระแสเลือด เพราะแม้บอบช้ำกับธุรกิจไม่รู้กี่ครั้งกี่หน แต่คุณณกรณ์ไม่จนหนทางสร้างอาชีพใหม่ โดยคราวนี้ขอเป็นตัวแทนจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยให้ผู้ซื้อผ่อนสินค้าเป็นงวดๆ ผ่านระบบบัตรเครดิต     
 
 
  ความคิดของนักธุระกิจหนุ่ม
“ผมมองว่าการทำตลาด ถ้าวันแรกทำได้ไม่ดีมันจะดับเลย ตอนนั้นเราจึงระดมเพื่อนๆ หามาเลย 30 คน มาแออัดกันอยู่ในร้าน เท่ากับวันนั้นวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก มีคนไข้ 30 คน บวกกับโปรโมชั่นลด 25 เปอร์เซ็นต์ แถมให้ลูกค้ามาทำหน้าฟรี ช่วงนั้นวุฒิ-ศักดิ์ คลินิก ดังมาก มีคนไข้เข้ามาใช้บริการวันละ 100 กว่าคน คุณหมอป้อมทำงานไม่ได้หยุดพักเลยเป็นเวลา 3 เดือน”  
 
  “คนเราเมื่อถึงระดับหนึ่ง เงินที่มีอยู่ กินใช้ไม่หมดแล้ว แต่ถามว่าทำไมคนรวยยังทำไม่หยุด เขาหวังตัวเลขมากขึ้นอย่างนั้นหรือ ผมว่าไม่ใช่ แต่เขาต้องการทำงาน ฉะนั้นเมื่อความพร้อมเรื่องการเงินมีแล้ว ก็ต้องคิดถึงการคืนกลับสู่สังคม ปีหนึ่งๆ เราใช้เงินเพื่อทำบุญประมาณ 4-5 ล้านบาท สร้างวัด สร้างโรงเรียน ให้การศึกษา อย่างนี้เป็นต้น”  
  
  สำหรับผู้สนใจต้องการก้าวสู่เส้นทางสายธุรกิจอิสระโดยเฉพาะกับผู้ซึ่งมีตัวเลขอายุไม่มากนักแถมประสบการณ์เป็นศูนย์ คุณเอก แนะนำดังนี้ “ต้องมีความมุ่งมั่น ยอมรับความยากลำบาก ผมว่าครอบครัวต้องสอนให้ลูกเข้าใจสองสิ่งนี้ให้ได้ อีกประการหนึ่งคือต้องเป็นคนช่างสังเกต ไม่ใช่ว่าเดินไปเห็นป้ายโฆษณาป้ายหนึ่งแล้วเฉยเมย ต้องดูว่าในนั้นมีอะไร เป็นอย่างไร สามารถนำมาประยุกต์กับธุรกิจของเราได้มั๊ย การทำธุรกิจต้องลงลึกจริงๆ ต้องขลุกอยู่กับมัน ไม่ใช่เพื่อนชวนไปไหนก็ไป ไคว่เขว อย่างนี้ไม่รอด  
  
  “ คุณณกรณ์ ยังบอกหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ซึ่งถือเป็นคีย์ซัคเซสของตนเองว่า อย่าหลอกตัวเอง และรู้จักทบทวนสิ่งที่ตนเองทำ เพื่อนำสิ่งนั้นมาปรับปรุง แก้ไข หรือปรับเปลี่ยน ” 
 
  
  สรุปเรื่องราวและจังหวะก้าวสู่ธุรกิจของคุณณกรณ์ สรุปได้เลยว่า หากใครจะทำธุรกิจ แล้วคิดว่าทำง่ายได้เงินเร็ว คงต้องพับความคิดนี้แล้วกลับไปทบทวนใหม่ เพราะการทำธุรกิจ มันต้องมีมากกว่าคำว่า “ตั้งใจ”  

งานครั้งที่ 7/2

 Green Ocean กลยุทธ์ที่ใช้สร้างและผนวกคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่เน้นดำรงความยั่งยืนทางคุณค่า (Sustaining Value) ด้วยการแข่งขันกับตนเอง
สำหรับ Green Ocean กับอาเซียนนี้มีความสำคัญคือ จะช่วยทำให้การทำธุระกิจของประชาคมอาเซียนหันมาให้คุณค่าทางธรรมชาติเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของธรรมชาติ และช่วยให้สังคมอยู่มีความน่าอยู่ด้วยกลยุทธ์ปลูกป่าทดแทน